
คนส่วนใหญ่มักคิดว่าเมื่อถึงฤดูฝนทีไรพาลให้ขี้เกียจ ล้างรถหน้าฝน เพราะต่อให้ล้างไปได้ไม่นานก็ต้องเจอฝนขณะขับรถอีก รถก็ต้องเปื้อนอีก
บางรายถึงขั้นไม่ดูเเลรถในช่วงฤดูฝนกันเลยทีเดียว ซึ่งเรื่องเหล่านี้นับว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดอย่างมาก เนื่องจากในปัจจุบันนี้ด้วยอากาศที่เต็มไปด้วย
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เเละฝุ่นละออง
เมื่อฝนตกน้ำฝนก็กลายเป็นกรดคาร์บอนิก (ฝนกรด) เมื่อตกลงใส่รถขณะที่คุณกำลังขับ
จนปล่อยให้คราบน้ำฝนแห้งติดรถแบบนี้ไม่ดีต่อสีรถของคุณอย่างแน่นอน ทุกครั้งที่ขับรถลุยฝนเมื่อถึงที่หมายควรรีบ ล้างรถ ทันทีหรือนำรถล้างที่ศูนย์คาร์แคร์
โดยการใช้น้ำเปล่าฉีดสายยางไปที่รถให้ทั่วก่อน เพื่อชำระล้างคราบฝนกรดที่เกาะติดตัวรถ เหตุผลที่ต้องรีบล้างทันทีเพราะหากปล่อยให้คราบฝนแห้ง
คารถผลเสียที่ตามมาคือ คราบน้ำฝนจะกัดสีรถเเละทำความสะอาดเช็ดออกยาก ฉะนั้นอย่าคิดแค่ว่าเป็นเพียงน้ำฝนปล่อยให้แห้งคารถก็ไม่น่ามีปัญหา
เราอยากบอกนี่แหล่ะตัวปัญหาใหญ่เลยทีเดียว เเละไม่ควรนำผ้าเเห้งมาเช็ดรถขณะที่รถเพิ่งลุยฝน เพราะน้ำฝนในปัจจุบันมีฝุ่นรวมอยู่ด้วยไม่สะอาดตามที่กล่าวมา
การนำผ้าเเห้งเช็ดทันทีเศษผงฝุ่นอาจทำให้เกิดริ้วรอยขึ้นกับผิวสีรถของคุณควรใช้สายยางฉีดน้ำชำระให้ทั่วคันก่อน แม้ว่าเรื่อง ดินฟ้าอากาศ เป็นเรื่องสุดวิสัย
ที่เราไม่สามารถเลี่ยงการขับรถลุยฝนได้ แต่เราก็สามารถป้องกันถนอมรักษาสภาพสีรถได้ด้วยตัวเราเองด้วยการล้างรถหน้าฝน หมั่นทำความสะอาดรถให้มากขึ้น
กว่าเดิมในช่วงฤดูฝน เพียงเท่านี้สีรถของคุณก็จะสดใสอยู่คู่กับรถคุณไปอีกนาน